วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2561

สหภาพเคมีบริสุทธิ์และเคมีประยุกต์ระหว่างประเทศ (ไอยูแพ็ก) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แถลงรับรองการค้นพบธาตุสังเคราะห์ใหม่ 4 ธาตุ

สหภาพเคมีบริสุทธิ์และเคมีประยุกต์ระหว่างประเทศ (ไอยูแพ็ก) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แถลงรับรองการค้นพบธาตุสังเคราะห์ใหม่ 4 ธาตุ และบรรจุเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตารางธาตุ ส่งผลให้สมบัติทางเคมีของธาตุคาบที่ 7 ครบสมบูรณ์ทั้งแถว
ธาตุใหม่ที่ค้นพบ ได้แก่ ธาตุสังเคราะห์เลขอะตอม 113 อูนอูนเทรียม (Uut) หรือเอกา-แทลเลียม เป็นธาตุแรกที่ค้นพบและตั้งชื่อโดยชาวเอเชีย จากคณะนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันริเก็น ประเทศญี่ปุ่น
ส่วนธาตุสังเคราะห์เลขอะตอม 115 อูนอูนเพนเทียม (Uup) ธาตุกัมมันตภาพรังสีหนักมาก 117 อูนอูนเซปเทียม (Uus) ธาตุในกลุ่มโลหะหลังทรานซิชัน และ 118 อูนอูนออกเทียม
ธาตุหลังแอกทิไนด์ (Uuo) เป็นการค้นพบของทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันร่วมวิจัยนิวเคลียร์ (เจไอเอ็นอาร์) ประเทศรัสเซีย และห้องปฏิบัติการแห่งชาติ ลอเรนซ์ ลิเวอร์มอร์ (แอลแอลเอ็นแอล) ในสหรัฐอเมริกา
ก่อนหน้านี้ สมบัติทางเคมีของธาตุคาบที่ 7 เพิ่งเพิ่มธาตุสังเคราะห์ 2 ธาตุไปเมื่อปี 2554 คือ ฟลีโรเวียม (Fl) ธาตุกัมมันตภาพรังสีที่มีหมายเลขอะตอม 114 และลิเวอร์มอเรียม (Lv) ธาตุในกลุ่มโลหะหลังทรานซิชัน เลขอะตอมเท่ากับ 116 ค้นพบโดยเจไอเอ็นอาร์ และแอลแอลเอ็นแอล ตั้งแต่ปี 2542 และ 2543 ตามลำดับ

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ตรวจสอบแล้ว! สารเคมี ใน ซ.พหลฯ24 เป็น อีลีเดียม 192

ตรวจสอบแล้ว! สารเคมี ใน ซ.พหลฯ24 เป็น อีลีเดียม 192ด่วน!! 

สารเคมีรั่วไหล ย่านพหลโยธิน 24 ขณะที่เจ้าหน้าที่ปรมณูเพื่อสันติเร่งตรวจสอบ – สั่งอพยพคน

เมื่อเวลาประมาณ 15.20 น. ที่ผ่านมา เพจ FM. 91 Trafficpro ได้รายงานว่าเกิดเหตุสารเคมีรั่วไหลในโกดังสินค้าแห่งซ.พหลฯ 24 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปรมณูเพื่อสันติ เข้าตรวจสอบแล้ว พร้อมสั่งเร่งอพยพคนออกจากพื้นที่ และประกาศให้ประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าว ปิดประตูและหน้าต่างเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
เบื้องต้นคาดว่า เป็น สารกัมมันตรังสีโคบอลต์ 60 ซึ่งเป็นสารอันตราย ที่ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ที่ถูกรังสีนี้จะให้เกิดเม็ดเลือดขาวต่ำ มีอาการอ่อนเพลีย มือไหม้พอง และสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งบางคนมีอาการตื่นกลัวไม่ยอมรักษาโดยวิธีฉายรังสีจากโคบอลท์-60 หรือสารรังสีหรือแร่โคบอลท์-60 ประกอบด้วย รังสีแกมม่าและรังสีเบต้าและรังสีที่ใช้เป็นตัวรักษาเป็นอันตราย
คือ รังสีแกมมา มีแรงทะลุทลวงมากกว่า รังสีเบต้ามากโคบอลท์-60 เป็นสารรังสีที่ใช้ในทางการแพทย์ในไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2501 โดยปัจจุบันใช้เป็นต้นกำเนิดรังสีแกมม่า สำหรับรักษาโรคมะเร็ง โดยอาศัยคุณสมบัติของรังสีที่สามารถทำลายเซลล์มะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคมะเร็งได้ และปัจจุบันนี้ก็มีผู้ป่วยมะเร็งชาวไทยจำนวนมากมายที่รอดชีวิตจากโรคมะเร็งเกิน 10-30 ปี
                                                      ที่มาhttps://news.mthai.com/general-news/494876.html
                                                        

วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

รัสเซียเร่งตรวจสอบ แม่น้ำใกล้โรงงานนิกเกิลกลายเป็นสีเลือด

        รัสเซียเร่งตรวจสอบ แม่น้ำใกล้โรงงานนิกเกิลกลายเป็นสีเลือด


                              ที่มา https://news.mthai.com/world-news/517894.html
          วันนี้  สำนักข่าว ‘บีบีซี’ รายงาน บริษัท Norilsk ผู้ผลิตธาตุ นิกเกิล ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ออกมายอมรับว่า โรงงานอุตสาหกรรมผลิตสินค้าของตน เป็นผู้ทำให้แม่น้ำดัลดีกัน ตั้งอยู่ในเมืองโนรีลส์ก ของรัสเซียกลายเป็นสีเลือด ซึ่งเป็นข่าวโด่งดังเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทดังกล่าวได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
ล่าสุดจากกรณีที่มีฝนตกลงมาเมื่อวันที่ 5 ก.ย. ทำให้น้ำในเขตอุตสาหกรรมเอ่อล้นออกมาและไหลไปยังแม่น้ำ ทำให้สารเคมีทำปฏิกริยา และน้ำในแม่น้ำเกิดเปลี่ยนสี แต่ทางบริษัทยืนยันว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้ไม่มีผลกระทบ หรือเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์แต่อย่างใด

วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

โลกตะลึง! นักวิจัยค้นพบหนังสือโบราณ เคลือบพิษสุดร้ายแรง-ฆ่าคนตายได้ไม่รู้ตัว

โลกตะลึง! นักวิจัยค้นพบหนังสือโบราณ เคลือบพิษสุดร้ายแรง-ฆ่าคนตายได้ไม่รู้ตัว





           

                                                                      ที่มา:ข่าวสด
             
             เมื่อวันที่ 6 ก.ค. เว็บไซต์ข่าว ฟ็อกส์นิวส์ รายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเซาร์ทเทิร์นเดนมาร์ก ค้นพบสารหนูปริมาณมากจาก หนังสือ 3 เล่ม จากช่วงคริสต์ศตวรรษที่ที่ 16-17 โดยการค้นพบนี้เกิดขึ้นระหว่างที่พวกเขากำลังศึกษาชิ้นส่วนโบราณที่ใช้สำหรับการเย็บหนังสือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยเผยว่า ในช่วงยุคกลาง หนังสือคาธอลิคถูกทำลายจำนวนมาก จึงมีการบูรณะหนังสือที่เสียหายขึ้นมาใหม่    
            โดยหนังสือที่ถูกค้นคว้าอยู่มีภาษาลาติน ซึ่งนักวิจัยพยายามไขเนื้อหาและทำความเข้าใจมัน ตอนที่พวกเขาใช้เครื่องเอ็กซเรย์สแกนตรวจสอบ กลับพบว่ามีสารหนูปนเปื้อนหนังสือสูงมาก ต่อมา ทางห้องสมุดได้จัดเก็บหนังสือสารพิษสูงไว้ในกล่องพร้อมติดป้ายเตือน ภายในตู้กันอากาศ ทางผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ดูแลและนักอ่านเก่าสวมถุงมือป้องกัน และจัดเก็บหนังสืออย่างปลอดภัยและมิดชิด เพื่อป้องกันสารหนูระเหยไปตามอากาศ